เรื่องสั้น (มากๆ) ข้างล่างนี้เกิดจากผมไม่มีอะไรทำ แต่ในใจกลับว้าวุ่น ก็เลยแต่งอะไรสนุกๆ ขึ้นมาคลายเหงาแค่นั้นครับ ลองอ่านและวิจารณ์กันหน่อยนะครับ ทั้งสำนวนภาษาและบทเรื่อง
มีเรื่องเล่ากล่าวขานกันว่า บนยอดเขาไกลลิบตาโน่น มียอดนินจานาม “Seramo” (อ่านว่า เซอระโมะ) ฝึกเคล็ดวิชาขั้นสุดยอด ว่ากันว่าใครก็ตามย่างกรายเข้าไปในเขตนั้น ถึงแม้จะมีวิชานินจาสูงส่งเพียงใด ก็ไม่เคยมีใครได้กลับออกมา บ้างก็ว่าเขากินคน ต่างๆ นานา แต่เมื่อสองเดือนก่อน ชาวบ้านลือกันว่า เขาลงจากยอดเขาเพื่อไปประลองยุทธ์อยุ่สองสามวัน ไม่รู้ว่าผลแพ้ชนะเป็นอย่างไร เขากลับขึ้นยอดเขาเก็บตัวอย่างสงบ แต่ก็ยังไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าเขตยอดเขานั้น
คืนหนึ่ง มีนินทาชุดดำแอบย่องขึ้นยอดเขา ท่าทางมีวิชานินจาสูงส่ง สามารถเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบยิ่งนัก ไม่กี่อึดใจก็สามารถไปถึงยอดเขาที่พำนักของเซอระโมะได้ เขาแอบซ่อนตัวในม่าน จับตามองเซอระโมะอยุ่พักใหญ่ พินิจพิจารณาอย่างถี่ถ้วน และรวบรวมความกล้าก่อนจะเดินไปหาเซอระโมะ ซึ่งกำลังดื่มน้ำชาชมแสงจันทร์อย่างสบายใจ
เซอระโมะ: ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง ออกมาเถิด
นินจาที่แอบซ่อนอยุ่นั้นตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานจับใจยิ่งนัก ท่านรู้ว่าข้าจะมา
เซอระโมะ: แน่นอน ข้ารู้
แท้ที่จริงแล้วเธอเป็นนินจาหญิง เธอถอดผ้าคลุมสีดำออก เหลือเพียงแต่ชุดสีส้มทองตัดกับสีดำของความมืด ดูสวยงามและมีความสง่ายิ่งนัก เซอระโมะยังคงจิบชานั่งมองจันทร์ ใบหน้าเหมือนจะอมยิ้มไว้ แต่สายตาเขาบ่งบอกถึงความหดหู่ใจยิ่งนัก
เซอระโมะ: กลิ่นหอมของท่าน ข้ามิอาจลืมได้
นินจาหญิง: ท่านคงจะรู้ด้วยว่า ทำไมข้าถึงเดินทางมาที่นี่
เซอระโมะ: ท่านคิดว่าข้าจะใจอ่อนไม่กล้าฆ่าท่านอย่างนั้นรึ
ทันที่ที่พูดจบ เขาปล่อยมือจากถ้วยน้ำชา ลุกขึ้นพร้อมหยิบดาบข้างกายภายในเสี้ยววินาที ก่อนจะถ้วยน้ำชาจะตกลงสู้พื้นเสียอีก
นินจาหญิง: คืนนี้ ไม่ข้าก็ท่าน ใครคนหนึ่งจะต้องไป ข้าขอแลกชีวิตกับท่าน
การต่อสู้เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด แม้ในค่ำคืนที่มืดมิด ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเท่านั้น ทั้งคู่เคลื่อนไหวราวกับใช้ใจมองคู่ต่อสู้ ช่างเป็นฉากที่น่าตื่นเต้นนัก ฝีมือของนินจาหญิงใช่ว่าจะเป็นรองเซอระโมะเสียทีเดียว การฟาดดาบของเธอดูดุดันและเปี่ยมไปด้วยความแค้นใหญ่หลวงนัก ความแค้นที่ต้องสะสางกับเซอระโมะให้จบสิ้น ในคืนนี้
เมื่อการต่อสู้ดำเนินถึงจุดหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอจะเสียเปรียบด้วยร่างกายที่บอบบางกว่า การต่อสู้ยืดเยื้อ นานเข้าย่อมทำให้เธอล้า และขาดสมาธิในการระวังระไว ทันใดนั้นเอง เธอเกิดพลาดพลั้ง เท้าเหยียบขอบพื้นจนเสียหลัก เซอระโมะเห็นดังนั้นรีบโผเข้าหา แต่เธอพยายามพลิกตัวหนีให้รอดพ้น ใช้ดาบกระแทกไปข้างหน้าเพื่อป้องกันตัว เซอระโมะกอดเธอไว้และพลิกตัวเพื่อไม่ให้ตัวเธอกระแทกพื้น ดาบของนินจาหญิงกลับปักเข้ากลางหัวใจของเขาและกระแทกพื้นอย่างแรง
เซอระโมะ: บัดนี้ข้าแพ้ท่านแล้ว ท่านคงยินดี
เธอรีบสบัดตัวออกห่างอย่างไม่แยแส ในใจปิติยิ่งนักที่ได้ล้างความแค้นให้คนของเธอแล้ว
เซอระโมะ: ถึงแม้เขาจะจากไปแล้ว ท่านก็ไม่มีใจให้ข้าแม้แต้น้อย ไม่เคยเลย อยากให้ท่านรู้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ข้าไม่เคยเปลี่ยนใจจากท่านเลย ข้ารัก …
ไม่ทันสิ้นคำเรียกชื่อเธอ เขาก็หมดลมหายใจไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่านินจาหญิงผู้นั้น มีสักครั้งไหมที่เธอเคยเหลียวมองเซอระโมะบ้าง
ชื่อ Seramo หลายคนอาจฟังขัดๆหู สงสัยว่าทำไมผมไม่หาชื่ออื่นที่ฟังดูเหมาะกว่านี้ คำนี้จริงๆแล้วผมตั้งใจย่อมาจากคำว่า “Servitium Amoris” เป็นภาษาละตินครับ แปลเป็นอังกฤษว่า “Slavery of Love“ จากเรื่อง ถึงแม้ว่าเขาจะมีฝีมือเก่งกาจแค่ไหน และเขาอาจจะชนะนินจายอดฝีมือมาแล้วกี่ร้อยคนก็ตาม ขอเพียงเป็นเธอเท่านั้น เขายอมแพ้ให้ตั้งแต่แรกเห็นเสียแล้ว

Seramo
(n.) ผู้พ่ายแพ้ต่อความรัก, ผู้สยบต่อความรัก
March 25th, 2008 at 11:57 pm
สำนวนภาษาไม่รุ้
รุ้แต่ว่า บทเรื่องอ่ะ . .
ขอบอก เซอระโมะ กับ คัยบางคนแถวนี้น่ะว่า..
คำว่า. .
มีสักครั้งไหมที่เธอเคยเหลียวมองเซอระโมะบ้าง
แร้ว มีซักครั้งมั๊ยล่ะ. . ที่ไปบอกรักเทอซะ
อย่าทำให้หัวใจเราว้าวุ่น โดยที่เราไม่ทำอะไรให้กับหัวใจเราเอง
March 26th, 2008 at 3:27 pm
เพ้อเจ้อใหญ่แล้วมึง
March 31st, 2008 at 2:14 pm
เวอร์มาก คำนี้
เห็นด้วยกับทิวสนว่ะ
ลดๆลงหน่อย อาการของแกเนี่ย
ดูท่าจะเป็นเอามาก
April 3rd, 2008 at 1:41 am
อิอิ
อ่านแร้ว รู้สึกประทับใจจัง
เปงเรื่องสั้นที่มีเนื้อหาตรงไปตรงมาดี
ชอบบบ
เขียนบ่อยๆๆนะค่ะ
อ่อ อีกอย่าง เกิบร้องไห้ สงสารเซอระโมะ
April 9th, 2008 at 1:10 pm
ชอบๆ
ชื่อตัวละครนี่คิดได้จิงจิงอะ *0* ประทับใจ
April 22nd, 2008 at 11:48 am
เนื้อเรื่องของโดม อาจมีส่วนคลับคล้ายกับ โครงเรื่อง บางส่วนที่อยู่ใน เรื่อง เซียวฮื่อยี้ (ลูกปลาน้อย) ….
ตัวละครตัวนี้เป็นหนึ่งในตัวโกง ของเรื่อง ชื่อ ว่า งุ้ยบ้อแง้ เป็นหนึ่งในสิบสองนักษัตร เรียก มุสิก มีความประพฤติเลว พอใช้ แต่ อาศัยเวลา 20 ปี ฝึกวิทยายุทธเร้นกาย ภายในหุบเขา มี ความสามารถพิเศษในการบงการสัตว์เดียรัจฉานอย่างมุสิก ราวกับการบงการสุนัขล่าเนื้อ เพียงแต่ในชีวิตเคยผิดหวังจากการขอความรัก คนผู้หนึ่ง สุดท้ายตกตายภายใต้เงี้อมมือ ของ คนที่ตนรัก แต่เขาไม่รัก ตน หรือ หากจะกล่าวเช่นนั้นก้อ ไม่ ถูกต้อง ซะทีเดียว เพราะ อันที่จริง งุ้ยบ้อแง้ จงใจสังหารตัวเอง ต่อหน้า สตรีนางนั้น
สตรีในโลกนี้ จะหาบุรุษที่จะเข้าใจเธอสักคนนั้นหาแทบไม่ได้เลย ฉะนั้นอย่าหมายจะเข้าใจในความคิดของสตรี มันคงไม่ฉลาดเท่าใด
April 24th, 2008 at 9:06 pm
ตอบ arc:
สมกับที่เป็นจอมยุทธ์ผู้เชียวชาญหนังกำลังภายในจริงๆ นับถือๆ ข้าน้อยยังรู้น้อยกว่าท่านนัก วันหลังคงต้องของหยิบยืมตำหรับตำรามาศึกษาบ้าง หึหึ